CURTAINOUTLET

ของประดับคู่ม่านสวย

นอกจากการจัดม่านให้เป็นของแต่งบ้านที่ให้บรรยากาศสวยหรูแล้ว เรื่องข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับม่านก็สำคัญเพราะเรื่องราวของม่านนั้น นอกจากเน้นที่รูปแบบแล้วยังมีของประดับเพื่อการตกแต่งมากกว่าที่คุณคิด แต่ละชิ้นมีความสำคัญกับตัวม่านไม่น้อย เพราะม่านจะสวยหรือไม่ ขึ้นกับของประดับเหล่านี้ด้วย เช่นกัน เปรียบไปก็เหมือนผู้หญิงแต่งตัว ต้องมีเครื่องประดับที่เข้ากับชุด เพื่อให้ชุดนั้นดูดี มีราคาขึ้น
เริ่มตั้งแต่ส่วน ประกอบหลักของม่านก็คือ ผ้า ผ้าที่ดีควรมีน้ำหนัก โดยเฉพาะม่านจีบทิ้งชาย ถ้าใช้ผ้าฝ้าย หรือ ซาติน จะทิ้งตัวสวย ส่วนผ้าลูกไม้ลายสวยเนื้อบางเบา เหมาะสำหรับทำม่านโปร่งชั้นใน ในมุมที่ต้องการบรรยากาศอ่อนหวานนุ่มนวล หรือห้องที่คุณไม่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากนัก ก็สามารถใช้ผ้าลูกไม้เป็นม่านชั้นนอกได้เลย
ส่วนผ้าไหม เป็นผ้าที่มีความงามระยับ หรูหรา เนื้อแข็งจับจีบหรือเดรปอยู่ตัว เหมาะจะทำม่านหลอกเป็นงานตกแต่งอย่างเดียว หรือจะใช้เป็นม่านจริงก็ได้

การเลือกลายและสีสันของผ้านั้น จะมีผลต่อบรรยากาศของห้องอย่างมาก ในขณะเดียวกัน สไตล์การตกแต่งห้อง จะกำหนดลวดลายและสีสันโดยอัตโนมัติ อาทิ ห้องนอนที่ติดวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้สีหวาน การใช้ผ้าพื้นสีหวานหรือผ้าลูกไม้ คุณจะได้ห้องนอนหวานนุ่มนวลชวนฝันหรือหากจะใช้ขัดแย้งไปเลย ก็อาจใช้ผ้าลายทางสีเข้มตัดความหวานของวอลล์เปเปอร์ ก็ได้ เพียงแต่มีจุดเชื่อมกันอยู่นิดคือ ผ้าม่านเป็นผ้าชนิดเดียวกับผ้าคลุมเตียงในห้องนั้นนั่นเอง

ผ้าลาย จะเสริมบุคลิกของห้องทำงานหรือห้องรับแขกให้สวยหรูขึ้น แต่คุณต้องพิถีพิถันกับลายผ้าสักหน่อย มัณฑนากรของเราแนะนำให้ใช้ผ้าลายลูกน้ำหรือลายออกไทย ๆ ส่วนผ้าลายทาง ลายสก็อต หรือลายจุด เป็นลวดลายที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน มีชีวิตชีวาเหมาะจะใช้กับห้องนั่งเล่น ห้องพักผ่อน หรือห้องนอนเด็ก ส่วนห้องครัว ห้องอาหาร อาจใช้ผ้าลายพืชผัก ผลไม้ เข้ากับประโยชน์ใช้สอยของห้อง
มีข้อแม้ของการใช้ผ้า ลาย โดยเฉพาะลายสก็อตลายทาง ลายจุด มีโชว์ลวดลายชัดเจนสดใส คุณอาจเลือกใช้สลับกับผ้าพื้น เพื่อไม่ให้ลายพร้อมจนน่าเวียนหัวไปหมดทั้งห้อง

อีกกรณีหนึ่งของการเลือกผ้าทำม่าน หากบ้านคุณเล่นสีโทนเดียวกันหมดทั้งหลัง คุณอาจดึงโทนสีนั้นมาเล่น ห้องแต่ละห้องใช้ผ้าต่างกัน ลายต่างกัน แต่ดูไม่แปลก แยกออกจากกันมากนัก เพราะมีโทนสีของบ้าน คุมสีของม่านอยู่สำหรับของประดับอื่น ๆ ที่ใช้คู่กับผ้าม่านคือ ราวม่าน เชือกรัดม่าน ขอเกี่ยวเชือกม่าน หรือหูรวบม่าน
ราวม่าน มี 2 ชนิดให้เลือกใช้ประโยชน์ที่ต้องการ คือ ราวม่านเพื่อใช้งานและตกแต่ง (ราวสำหรับโชว์นั่นแหละ) กับราวม่านเพื่อใช้งานอย่างเดียวราวม่านโชว์เหมาะสำหรับม่านที่คุณออกแบบเอง ทำเอง เย็บเอง ให้เป็นช่องเพื่อสอดราวเข้าไป ราวลักษณะนี้มีให้เลือกทั้งแบบไม้กลึงสวย เหล็ก ทองเหลืองหัว-ท้ายของราว อาจเป็นงานเรียบ ๆ กลมกลืนไปกับราวหรือเป็นแบบดีไซน์สวย ๆ แปลก ๆ ก็ได้
หากคุณต้องการโชว์ราวม่าน ต้องทำใจไว้ก่อนว่า คุณไม่สามารถทำเชือกดึงม่านได้ ต้องใช้มือรูดเปิด-ปิดม่านเอง อาจลำบากสักนิด แต่ความสวยที่จะได้รับก็คุ้มค่าความลำบากนั้น

ราวม่านเพื่อใช้งาน อาจเป็นราวที่คุณใช้ผ้าหุ้มปิดไว้ทั้งหมด มัณฑนากรของเราแนะนำว่า กรณีนี้คุณสามารถเลือกใช้วัสดุธรรมดา ๆ ประเภทพีวีซี หากคุณไม่ทำผ้าหุ้มราว จะทำเป็นกล่องม่านเพื่อซ่อนราวม่านไว้ภายใน เรียกว่า โชว์กล่องม่านแทนราวม่านก็ใช้ได้เช่นกัน

ยังมีราวม่านอีกประเภท หนึ่งที่อยากบอกเป็นข้อมูลไว้คือ รางม่าน สำหรับใช้เชือกดึง โดยมากจะเป็นรางม่านธรรมดา ไม่สวยสะอะไร เขาเอาไว้ใช้งานจริง ๆ หากคุณจะทำม่านแบบใช้ราง มีเชือกดึง ควรให้ร้านม่านมาทำให้จะดีกว่าเสี่ยงทำเอง เพราะอาจกลายเป็นม่านหลอกแทนที่จะเป็นม่านจริงที่เปิดได้

เชือกรัดหรือรวบม่าน จัดเป็นของตกแต่งอีกประเภทหนึ่งที่จะเสริมให้ม่านหน้าต่างมีเสน่ห์ขึ้น และยังช่วยเก็บชายผ้าม่านให้สวยงามเป็นระเบียบ เพราะม่านที่เปิดกว้างเต็มที่ จะถูกดึงไปกองอยู่ทางด้านริมสุดของหน้าต่าง หากมีเชือดรัดกองผ้านั้นให้เป็นจีบสวย ๆ จะเหมือนกรอบบานใหญ่ที่มีทิวทัศน์นอกหน้าต่างเป็นภาพประดับ เชือกม่านนี้ คุณอาจใช้ผ้าม่าน ตัดเป็นชิ้นยาว ๆ รัดม่านไว้ หรือใช้ผ้าสีตัดกันกับม่าน หรือถ้าอยากให้ม่านดูสวยหรู คุณอาจจะหาเชือกเกลียวควั่นสวย ๆ สลับสีงดงาม มาเป็นเชือกม่านแทนผ้าธรรมดา ๆ ก็ได้

และถ้าคุณชอบม่านที่แหวกเปิดเป็นช่องสวยอยู่ตัว คุณควรทำขอเกี่ยวเชือกม่านที่ผนังข้างหน้าต่าง จะช่วยให้ม่านเปิดเป็นช่องโค้งสวย ไม่ตกลงมาตรง ๆ ข้างหน้าต่างหรืออีกแบบหนึ่ง คุณไม่ใช้เชือกม่าน หากใช้ ขอเกี่ยว นั่นแหละค่ะ เกี่ยวผ้าม่านที่รูดเปิดแล้วเอาไว้พอที่จะเก็บหรือรวบม่านได้หมด ไม่ตกกรุ่ยกร่ายน่ารำคาญสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ อย่ามองว่าเป็นเพียงของใช้งานธรรมดา ๆ เพราะหากไม่สวยสมความสวยของม่าน จะทำให้ม่านนั้นดูแย่ลงไปได้ง่าย ๆ
คุณสามารถหาซื้อข้าว ของเกี่ยวกับม่านได้จากร้านจำหน่ายผ้าม่านนั่นแหละ เมื่อได้มาแล้วก็เริ่มตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่าน เพื่อให้บ้านดูสวยงามน่าอบอุ่น จนใครเห็นต้องร้องอู้ฮู..ให้คคุณภาคภูมิใจไม่รู้แล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.hometophit.com


กลับขึ้นข้างบน

ผ้าม่านประโยชน์มากมาย

ประโยชน์ของ ผ้าม่าน

1. ใช้ควบคุมแสงในเวลากลางวัน ทำหน้าที่เป็นเครื่องปรับแสงภายในห้อง ช่วยลดความสว่างจ้าของแสงแดดที่สาดเข้ามาในห้อง เป็นเครื่องควบคุมแสงภายในห้องให้สว่าง หรือ มืดสลัวตามต้องการ และยังช่วยป้องกันการซีดจางของเครื่องตกแต่งภายในห้องอันเกิดจากการเลียสีของแดดด้วย

2. ให้ความเป็นส่วนตัว ในกรณีที่บ้านอยู่ใกล้กันมาก เพื่อบังสายตาจากบุคคล ภายนอก นอกจากนั้น อาจใช้เป็นม่านเพื่อแบ่งกั้นห้องใหญ่เป็น 2 ห้องเล็กได้โดยไม่ต้องใช้ ฝาผนัง หรือร้านตัดเสื้อใช้ประโยชน์จากม่านกันเป็นห้องลองเสื้อผ้าของลูกค้า โดยไม่ต้องลงทุนมากนัก

3. ช่วยป้องกันฝุ่นละออง แม้ว่าจะกันไม่ได้เต็มที่ แต่ก็ช่วยได้สำหรับบ้านที่อยู่ ใกล้ถนน ม่านจะทำหน้าที่ช่วยกรองฝุ่นละอองได้พอสมควร

4. ช่วยกำหนดมุมมองสำหรับบ้านที่มีหน้าต่างมากหลายด้าน วิวภายนอกบ้านที่ น่ามองและไม่น่ามอง ม่านจะทำหน้าที่เป็นเครื่องบังสายตาได้

5. ช่วยเก็บเสียง ม่านช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับห้องที่ต้องการความเงียบไม่มีเสียงสะท้อน เช่น ในห้องพักผ่อน ฟังเพลง ม่านจะช่วยกันเสียงดังจากภายในและภายนอกห้องได้ดีพอสมควร (ถ้าต้องการให้เก็บเสียงได้อย่างสมบูรณ์ ก็ต้องติดตั้งแผ่นเก็บเสียง ซึ่งยุ่งยากและสิ้นเปลืองกว่ามาก)

6. ช่วยในการตกแต่งบ้านเป็นประการสุดท้ายที่มองเห็นประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ที่สุด บ้านที่มีแต่ผนังปูนสีเรียบๆ จะให้ความรู้สึกแข็งกระด้าง ม่านจะช่วยทำให้ดูนุ่มนวลขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.hometophit.com


กลับขึ้นข้างบน

เลือกผ้าม่านอย่างไร ให้เหมาะกับบ้าน

หน้าที่ของหน้าต่าง ช่วยให้แสงส่องผ่านเข้ามาในบ้าน แต่บางครั้งแดดแรงเกินไป ก็ต้องหาอะไรมาบังแดดบ้าง ที่สำคัญต้องสวยด้วย หน้าที่อย่างนี้ต้องให้ยกให้ ม่าน ทำหน้าที่แทนคุณแล้วล่ะ

หน้าต่างเป็นส่วนประกอบสำคัญคู่กับบ้าน ที่เป็นส่วนช่วยลดและเพิ่มแสงได้ในบางเวลาที่คุณต้องการ โดยผ่านวัสดุที่เลือกใช้ในการบังแสงแดดในยามที่บ้านต้องรับแสงแดดเต็มๆ

ผ้าม่านหน้าต่าง เลือกให้เหมาะ

หน้าต่างเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีอยู่คู่บ้าน รูปร่างหน้าตาก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของตัวบ้าน เมื่อมีหน้าต่างหรือช่องแสงแล้วในบางครั้งเมื่อมีแสงสว่างมากเกิน ไป อย่างในช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อน และมีแสงสว่างมากกว่าช่วงอื่นของแต่ละวัน จำเป็นที่จะต้องหาวัสดุมาช่วยกรองหรือกั้นแสง แดดจากภายนอกให้ลดน้อยลง และวัสดุที่ว่านั้นก็คือ “ม่าน”นั่นเอง

นอกจากจะช่วยกันแสงแดดแล้ว ม่านยังให้ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน ซึ่งหน้าต่างหรือช่องแสงกระจกใสไม่สามารถช่วยได้

การเลือกแบบม่านที่จะให้เข้ากับลักษณะของการตกแต่งภายในนั้นอาจดูเป็นของง่าย เช่น ความคิดที่ว่าการเลือกสีของม่านควรให้เข้ากับสีของผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ แค่นี้ก็เป็นอันใช้ได้
หากคิดแค่นี้ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การที่บ้านจะดูสวยงามได้นั้นนอกจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ประกอบเข้ากันแล้วยังควรต้องคำนึงถึงบรรยากาศภายในบ้านที่จะช่วยส่งเสริมกันอีกด้วย

การทำม่านแต่ละแบบ จะขึ้นอยู่กับสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ และสภาพโดยทั่วไปของห้องด้วย แต่จะให้บอกเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวว่า แบบม่านเช่นนี้ ต้องใช้กับเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ ก็คงเจาะจงไม่ได้ เพราะเรามีการตกแต่งแบบผสมผสานกันระหว่างเก่ากับใหม่ หรือมีการประยุกต์ใช้กัน ตัวอย่างบางกรณีที่ไม่อาจจัดรวมกันได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่ง แบบม่านกลับไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งดูแล้วขัดตา ไม่สวย แถมยังใช้เงินเกิน ความจำเป็นด้วย

อย่างเช่นลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคุณเป็นแบบธรรมดา ๆ เป็นพวกเก้าอี้หวาย แต่คุณกลับไปเลือกม่านจับจีบห้อยระบายแบบหลุยส์ รวมทั้งชนิดของผ้าม่านและลวดลายของผ้าด้วย อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าคู่กันได้ หรือคุณเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่
แต่กลับไปเลือกผ้าม่านเป็นลูกไม้โปร่งแบบโบราณ ก็ไปกันไม่ได้อีกเช่นกัน

การเลือกแบบผ้าม่านให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันต่างก็เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความสวยงามและสมบูรณ์แก่บ้าน แต่ละสไตล์ก็จะมีแนวทางการทำผ้าม่าน ไม่เหมือนกัน เช่น แบบจีนหรือแบบตะวันออกนิยมทำเป็นมู่ลี่ไม้ไผ่ หรือบางท้องถิ่นก็จะใช้ผ้าที่ทอขึ้นมาเองที่มีใช้กันในท้องถิ่นเป็นผ้าม่าน หากเป็นแบบตะวันตกที่เป็นแบบ โบราณตามยุคสมัยต่าง ๆ ลักษณะของผ้าม่านก็จะแตกต่างกันไปบ้าง

แหล่งข้อมูล : จากหนังสือ วัฏสาร อาคารและที่ดิน

กลับขึ้นข้างบน

เทคนิคการเลือกติดวอลเปเปอร์

เกร็ดความรู้สำหรับการเลือกลวดลายของวอลเปเปอร์ให้เหมาะกับห้องแต่ละห้องนั้น หากเลือกสีเข้มจะทำให้ห้องดูแคบกว่าสีอ่อน

หากเป็นวอลเปเปอร์ที่มีลวดลายชัดเจน ขนาดของลายควรจะมีความเหมาะสมกับขนาดของห้อง อีกทั้งทิศทางของลายก็จะมีผลเช่นกัน หากเป็นลายเส้นตรงหรือแถบจะออกแบบให้เป็นลายทางตั้งเพราะต่อลายง่าย ลาย จะขนานไปกับรอยต่อของแผ่น โดยเฉพาะถ้าห้องมีเพดานต่ำ การใช้ลวดลายทางตั้งที่เด่นชัดจะทำให้เพดานของห้องดูสูงขึ้น แต่ถ้าห้องมีเพดานสูงมากก็อาจจะใช้แถบคาดที่ระดับสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร หรือด้านบนสุดของผนังอีกครั้ง

เวลาเลือกลายวอลเปเปอร์จะต้องคำนึงถึงขนาดของห้องเป็นหลัก หากเป็นห้องเล็ก ๆ ก็ไม่ควรเลือกลายใหญ่เกินไป เพราะจะดูตาลายและทำ ให้รู้สึกอึดอัด หากห้องใหญ่สามารถ เลือกลายใหญ่หรือลายเล็กก็ได้ แต่หากห้องคุณมีแสงสว่างมากหรือแสงส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ควรหลีกเลี่ยงวอลเปเปอร์ที่มีสีสันลวดลายเรียบหรือสีอ่อนมาก เพราะเมื่อมองดูเผิน ๆ แล้วจะเหมือนผนังทาสี และจะทำให้เห็นรอยต่อของวอลเปเปอร์ได้ชัดเจนอีกด้วย

ส่วนห้องเด็กเหมาะที่จะติดวอลเปเปอร์ลายการ์ตูนน่ารักสีสดใส แต่ควรจะเลือกชนิดที่เคลือบผิวด้วยพี.วี.ซี. เพราะจะทำความสะอาดได้ง่ายจากร่องรอยการขีดเขียนของเจ้าตัวน้อยการติดวอลเปเปอร์ ช่างจะทากาวด้านหลังที่เป็นกระดาษ โดยใช้ลูกกลิ้งทาให้ทั่วทั้งแผ่นแล้วติดบนผนังและใช้ลูกกลิ้งกลิ้งทับให้เรียบสนิทกับผนัง

ส่วนรอยต่อจะซ้อนทับกันเล็กน้อยแล้วใช้ใบมีดกรีดออกให้รอยต่อชนกัน แนบสนิท ส่วนเทคนิคสิ่งที่ควรรู้หากผนังห้องเป็นผนังใหม่ที่ยัง ไม่ได้ทาสีควรทาสีขาวรองพื้นปูนเสียก่อน เพราะบางครั้งสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างจากเนื้อปูนจะซึมและระเหย ออกมาทำให้สีของวอลเปเปอร์ด่างเหลืองและซีดได้ เพราะ วอลเปเปอร์มีวัสดุด้านหลังเป็นกระดาษจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่อง ความชื้น นอกจากนี้หากบริเวณไหนมีน้ำรั่วซึมเข้ามาควรจะแก้ไขก่อนที่จะติดวอลเปเปอร์ ไม่เช่นนั้นแล้ววอลเปเปอร์สวยจะสวยอยู่ได้ไม่นาน เพราะ จะมีเชื้อราขึ้นมาทำลายเสียหมด น้ำยังทำให้กระดาษอืดพองตัวและหลุดล่อนได้อีกด้วย

แต่ถ้าเป็นผนังห้องเก่าที่จะตกแต่งหรือเปลี่ยนวอลเปเปอร์ใหม่ก็จะต้องลอกวอลเปเปอร์ของเก่าออกก่อน เมื่อหมดเกลี้ยงแล้วก็ทำความสะอาดผิวผนังให้ดีเสียก่อน เพราะจะทำให้การติดวอลเปเปอร์ใหม่เรียบสวย เนื่องจากในการติดตั้งบางครั้ง ช่างจะต้องใช้เครื่องพ่นไอน้ำมาทำให้กระดาษและกาวเดิมยุ่ยจนแน่ใจว่าลอกออกหมดแล้วจริง ๆ

ทั้งนี้หากผนังฉาบปูนไม่เรียบร้อยและหวังจะใช้วอลเปเปอร์ช่วยปิดทับนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะจะไม่สามารถปิดบังได้ โดยเฉพาะหากเป็น วอลเปเปอร์ชนิดผิวเรียบธรรมดาแล้วจะยิ่งเห็นร่องรอยความไม่เรียบและความไม่สวยงามเกิดขึ้นมากกว่า ทางที่ดีควรแก้ปัญหาของผนังให้เรียบ เสียก่อนจึงติดวอลเปเปอร์จะง่ายกว่า หากจะติดวอลเปเปอร์ในห้องน้ำควรเป็นห้องที่แยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจนจะช่วยไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องเชื้อราและความชื้น

วอลเปเปอร์มีอายุการใช้งาน 4-5 ปี หลังจากนั้นสีจะเริ่มเหลืองซีดทำให้ห้องดูเก่าแต่ก็ยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่อาจจะไม่สวยงาม หากอยากได้ห้องใหม่ก็ไม่ควรที่จะเสียดายที่จะเปลี่ยนวอลเปเปอร์ ให้มีลวดลายสีสันใหม่

การทำความสะอาดวอลเปเปอร์ วอลเปเปอร์บ้านใครกำลังสกปรกบ้าง มาทำความสะอาดกันดีกว่า วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน…

สิ่งที่ต้องรู้เป็นอย่างแรกเพื่อจะได้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายบนกำแพงก็คือวอลเปเปอร์ที่ใช้นั้นสามารถล้างได้หรือไม่? โดยมากมักจะมีฉลากติดมากับม้วนวอลเปเปอร์อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีก็ลองเลียบเคียงถามคนขายดูหรือไม่ก็นำมาทดสอบเองแต่ให้เลือกทดสอบเอาบริเวณที่ไม่ค่อยดึงดูดความสนใจมากนัก

การทดสอบ คือ ล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาด ถ้ากระดาษเกิดอาการแพ้ยาด้วยการดูดซับน้ำหรือลวดลายออกอาการเลอะเลือน รู้ไว้ว่าวอลเปเปอร์นั้นล้างไม่ได้ อย่าไปฝืน หาทางทำความสะอาดวิธีอื่นดีกว่า แม้แต่วอลเปเปอร์ที่บอกว่าเป็นชนิดที่ล้างได้ยังสมควรผ่านการทดสอบนี้ก่อนเลย ดีกว่าจะมามีผลเสียหายต่อกำแพงภายหลัง

การทำความสะอาดวอลเปเปอร์ต้องเริ่มด้วยความมั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่สะอาดปราศจากฝุ่นแล้ว ด้วยการดูดฝุ่นหรือไม่ก็ใช้ไม้กวาดขนไก่ธรรมดา ๆ นี่แหละปัดให้เลี่ยม จากนั้นก็เอาพรมที่ปูพื้นออกเสีย หากระดาษหนังสือพิมพ์วันเก่า ๆ มาปูทับเพื่อความสะดวกในการทำงาน แต่ถ้าเป็นพรมที่ปูแบบถาวรก็ต้องสละผ้าพลาสติคสักผืน 2 ผืนมาปูไว้กันเลอะ

สำหรับชนิดที่ล้างได้จะมีการเคลือบพลาสติคเอาไว้ ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำยาล้างผนังหมาด ๆ เช็ดเบา ๆ ที่รอยเปื้อน ทาถูทาถูจนรอยเปื้อนลบเลือนไป แต่ถ้ายังไม่ออก ก็ต้องใช้ผงขัด…โรยแล้วก็ขัดจนกว่าจะออก

ส่วนวอลล์เปเปอร์ในแบบล้างไม่ได้นั้นให้หาน้ำยาทำความสะอาดแบบเฉพาะมา ถามร้านที่ซื้อวอลเปเปอร์มาก็ได้ เลือกน้ำยาที่ใช้สารที่เหมาะสมกับพื้นผิววอลเปเปอร์ แล้วค่อย ๆ ลบรอยเปื้อนออกตามทิศทางเดียวกับการติดวอลเปเปอร์ อ้อ! อย่าลืมทดสอบน้ำยาก่อนในบริเวณที่ไม่ค่อยเป็นจุดเด่นนักเช่นหลังเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม ถ้าไม่เกิดริ้วรอยใด ๆ ค่อยลงมือทำ

คราบสกปรกเล็ก ๆ น้อย ๆ มีวิธีกำจัดอย่างไร อย่างเช่น รอยนิ้วมือ รอยด่างดำ รอยปากกา เช็ดออกเบา ๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดวอลเปเปอร์ โดยแบบที่ล้างได้ให้เช็ดตามด้วยฟองน้ำพอหมาด ๆ ส่วนคราบน้ำมันซับเบา ๆ ด้วยกระดาษทิชชู่ใช้หลาย ๆ แผ่นกดทับลงบนคราบด้วยโลหะอุ่น ๆ กระดาษจะซับคราบออกไป ถ้ายังไม่หมดให้ใช้น้ำยาทำความสะอาด

กลับขึ้นข้างบน